ข้อมูลในอดีตเป็นวิทยาศาสตร์ที่มีระเบียบ แต่การตัดสินใจให้สินเชื่อเป็นศิลปะ เพราะต้องคาดการณ์ความสามารถและความเต็มใจที่จะชำระคืนในอนาคต งบในอดีตไม่รับประกันกระแสเงินสดเมื่อเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริหารเปลี่ยน
วิทยาศาสตร์
รวบรวม จัดหมวด และคำนวณงบ การสัญญา และสถิติในอดีต
ศิลปะ
ใช้ดุลยพินิจกับปัจจัยคุณภาพ โมเดลธุรกิจ การแข่งขัน และความเที่ยงตรงของผู้บริหาร
เป้าหมายไม่ใช่แค่ Yes/No แต่คือระบุระดับความเสี่ยง เพื่อตั้งราคาและจัดโครงสร้างวงเงิน คำถามทองคำ 3 ข้อ: ใครคือผู้กู้, กู้ไปทำอะไร, จะชำระคืนอย่างไรและเมื่อใด
| มิติ | Equity | Credit |
| เป้าหมาย | มูลค่าบริษัทและราคาหุ้น | ความสามารถในการทำตามภาระหนี้ |
| ความเสี่ยง | โอกาสขาขึ้นของกำไร | คุ้มครองขาลงเพื่อได้เงินคืน |
| เวลาและผลตอบแทน | ไม่มีวันหมดอายุ ผลตอบแทนไม่จำกัด | มีวันครบกำหนด ผลตอบแทนจำกัดที่ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม |
| Leverage | หนี้อาจเร่ง ROE | หนี้เพิ่มความเสี่ยงล้มละลายของเจ้าหนี้ |
หนี้สั้นอ่านจากสภาพคล่องได้ง่ายกว่า หนี้ยาวขึ้นกับความผันผวนของกระแสเงินสดในอนาคต กำไรบัญชีในอดีตอย่างกรณี Enron ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ต่อไปที่ Day 2
4 Cs รวมปัจจัยธุรกิจเข้าด้วยกัน Risk Rating แปลงคุณภาพนั้นเป็นตัวเลขโอกาสผิดนัด เพื่อตั้งราคา บริหารการกระจุกตัว และสำรองทุนตาม Basel II/III
- Capacity: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานพอชำระหนี้ตรงเวลา เป็นเป้าหมายหลัก
- Capital: ส่วนของผู้ถือหุ้นรองรับช่วงที่กระแสเงินสดอ่อน ถ้าไม่พอต้องขายสินทรัพย์
- Condition: เศรษฐกิจ การแข่งขัน อุตสาหกรรม และกฎหมายที่กระทบเงินสดในอนาคต
- Character: ความเต็มใจ ความซื่อสัตย์ และความสามารถของผู้บริหาร ตามคำของ J.P. Morgan ว่าสิ่งแรกคือ character
- Collateral: ทางออกที่สองเมื่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานล้มเหลว
Primary repayment
Capacity, Capital, Condition, Character
Secondary repayment
Collateral และการค้ำประกันจากบุคคลที่สาม
แหล่งเงินสด 4 ทางตาม Ziegel: เงินสดหรือเงินลงทุนสภาพคล่องที่มีอยู่, กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การขายสินทรัพย์, และแหล่งภายนอกเช่นผู้ค้ำ การเพิ่มทุน หรือรีไฟแนนซ์
หนี้สั้นที่ไม่ได้ต่ออายุต้องใช้สภาพคล่องในมือ ลูกหนี้ หรือสินค้าคงเหลือ หนี้ยาวใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การรีไฟแนนซ์ หรือการขายสินทรัพย์ใหญ่ กฎเหล็กคืออย่าปล่อยกู้สั้นถ้าไม่ยอมปล่อยกู้ยาว เพราะหนี้สั้นที่จ่ายไม่ได้จะกลายเป็นหนี้ยาวทันที
บริษัทล้มเพราะเงินสดหมด จริง ๆ หรือกลัวว่าจะหมด หรือผู้ให้สภาพคล่องกลัวแล้วหยุดให้กู้ ต่อไปที่ Day 3
ความเสี่ยงสินเชื่อไปกับความผันผวนของกระแสเงินสด อาคารหลังเดียวกันอาจคนละระดับความเสี่ยงถ้าผู้เช่าต่างกัน
| มิติ | Master lease เครดิตสูง | ไม่มีผู้เช่าหลัก |
| การเช่า | บริษัทใหญ่รายเดียว สัญญายาว | สัญญาสั้น หลายราย |
| ค่าใช้จ่าย | ผู้เช่าจ่ายดำเนินการ บำรุงรักษา และภาษี | เจ้าของอาคารรับความเสี่ยงเอง |
| ชนิดความเสี่ยง | เครดิตของบริษัทผู้เช่า | อสังหาริมทรัพย์: occupancy, ค่าเช่าตลาด, เศรษฐกิจ |
| ความผันผวน | ต่ำมาก | สูง |
| เครื่องมือ | งบและอันดับเครดิตของผู้เช่า | วิจัยอุตสาหกรรม คู่แข่ง และราคาประเมิน |
กระแสเงินสดจากผู้เช่าสำคัญกว่าตัวอาคาร ต่อไปที่ Day 4
- Second Way Out: แหล่งสำรองจากการขายหรือแปลงสินทรัพย์ที่ค้ำไว้ เมื่อทางแรกคือกระแสเงินสดดำเนินงานล้ม
- Ring Fencing: กั้นกระแสเงินสดของโครงการออกจากบริษัทแม่
- Project Finance: เงินสดของโครงการต้องชำระหนี้โครงการก่อน
วิกฤต 2007–2008 พังจากสามจุด: ประเมินบ้านว่าราคาขึ้นตลอดและปล่อย LTV ตั้งแต่ 100%, Character พังทั้งผู้กู้ที่รู้ว่าไม่มีรายได้ นายหน้าที่ไล่ค่าธรรมเนียม และคนแปลงสินเชื่อเป็นตราสารที่ไม่ตรวจคุณภาพต้นทาง, และโมเดลคณิตศาสตร์ที่คาดผิดนัดต่ำเกินจริง
การแบ่ง tranche ไม่แทน Capacity และ Character ได้ ต่อไปที่ Day 5
โครงสร้างทุนคือส่วนผสมของหนี้กับส่วนของผู้ถือหุ้น Equity เป็น patient capital ไม่มีวันครบกำหนดและไม่มีปันผลบังคับ ความเสี่ยงธุรกิจสูงต้องใช้หนี้ต่ำ ความเสี่ยงธุรกิจต่ำรับหนี้สูงได้
| Assets | จำนวน | Liabilities & Equity | จำนวน |
| Cash | 100 | Current liabilities | 60 |
| Accounts receivable | 20 | Long-term debt | 0 |
| Inventory | 20 | Total liabilities | 60 |
| Pre-paid expenses | 5 | Equity | 435 |
| Total current assets | 145 | | |
| Property / Equipment / Investments | 200 / 100 / 50 | | |
| Total assets | 495 | Total | 495 |
Leverage = Assets / Equity = 495 / 435 ≈ 1.138
เจ้าหนี้เห็นความเสี่ยงต่ำเพราะ equity หนุนสินทรัพย์ราว 88% และไม่มีหนี้ยาวที่มีดอกเบี้ย ผู้ถือหุ้นอาจเห็น ROE ต่ำ ต่อไปที่ Day 6
ROE = Profit Margin × Asset Turnover × Leverage
Net Profit / Equity = (Net Profit / Revenue) × (Revenue / Assets) × (Assets / Equity)
Revenue และ Assets ตัดกันจนเหลือ Net Profit / Equity พอดี ถ้าต้องการ ROE 10% บน equity 435 ต้องมีกำไรสุทธิ 43.5 และกำไรก่อนภาษีประมาณ 67 ที่อัตราภาษี 35%
- ซูเปอร์มาร์เก็ต margin 2%: รายได้ 2,175, turnover 4.394, leverage 1.138 ได้ ROE 10%
- margin สูง 25%: รายได้ 174, turnover 0.352, leverage เดิม ได้ ROE 10% เช่นกัน
ROE เท่ากันไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงเท่ากัน ต่อไปที่ Day 7
| มิติ | Supermarket | Software |
| Margin | ต่ำมาก ~2% | สูง ~25% หรือมากกว่า |
| Turnover | สูงมาก ~4.39 เท่า | ต่ำ เพราะรายได้มาจากทรัพย์สินทางปัญญา |
| Leverage | ต่ำถึงปานกลาง | ต่ำมาก ใช้ equity เพราะความเสี่ยงดำเนินงานสูง |
| สินทรัพย์หลัก | สินค้าคงเหลือที่หมุนเร็ว | ทรัพย์สินทางปัญญา goodwill และ R&D |
| ต้นทุน | ต้นทุนผันแปรสูง คุมค่าใช้จ่ายเข้ม | ต้นทุนพัฒนาสูง ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ |
Margin 2% เป็นเรื่องปกติของซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เป็นวิกฤตของซอฟต์แวร์ ต่อไปที่ Day 8
Day 8 · บทที่ 2
Leverage สุดโต่งของ XYZ
ลด equity จาก 435 เหลือ 50 หนี้สินเป็น 445 ในนั้นมีหนี้ดอกเบี้ย 9% จำนวน 300 ดอกเบี้ยปีละ 27 กำไรก่อนภาษีจาก 67 เหลือ 40 กำไรสุทธิ 26
Margin 26 / 2,175 = 1.195% · Turnover 4.394 · Leverage 495 / 50 = 9.9 · ROE ≈ 52%
โครงสร้างนี้อยู่ไม่นานเพราะ ROE สูงดึงคู่แข่งมาบีบราคา และดอกเบี้ยคงที่ 27 ทำให้รายได้สะดุดนิดเดียวก็จ่ายดอกเบี้ยไม่ไหว ต่อไปที่ Day 9
Day 9 · บทที่ 2
โครงสร้างทุนธรรมชาติของ 6 อุตสาหกรรม
| อุตสาหกรรม | กระแสเงินสด | สินทรัพย์ | โครงสร้างธรรมชาติ |
| Supermarkets | ต่ำ | สินค้าหมุนเร็ว | พึ่ง trade credit สูง ใช้ leverage ปานกลางได้ |
| Retail apparel | สูงมาก | สินค้าเสี่ยงล้าสมัย | ต้องใช้ equity สูง หนี้ต่ำมาก |
| Software | สูงมาก | R&D และทรัพย์สินทางปัญญา | patient capital แทบไม่มีหนี้ยาว |
| Pharmaceuticals | สูงมาก | สิทธิบัตรและโรงงานเฉพาะ | equity สูงเพื่อรองรับ R&D ที่ล้มเหลวง่าย |
| Commercial banks | ต่ำถ้าสินทรัพย์มีคุณภาพ | สภาพคล่องสูง | leverage สูงมาก equity ราว 8% ของสินทรัพย์ |
| Regulated utilities | ต่ำมาก | สินทรัพย์ถาวรใหญ่ | รับหนี้สูงได้เพราะรายได้แน่นอน |
ข้อผิดพลาดหนักคือจับธุรกิจความเสี่ยงดำเนินงานสูงเข้ากับหนี้สูง ต่อไปที่ Day 10
Day 10 · บทที่ 2
วงรอบ LBOs และสรุป Phase 1
- ยัดหนี้เข้าธุรกิจที่กระแสเงินสดผันผวนสูง
- ประมาณการเงินสดดีเกินจริงจากการตัดต้นทุน ซึ่งมักทำลายความสามารถในการแข่งขัน
- ละเลยโครงสร้างทุนธรรมชาติ และพึ่งแต่เศรษฐกิจขาขึ้น
- เป้าหมายคือวัดระดับความเสี่ยงของการชำระด้วยเงินสดตรงเวลา ไม่ใช่แค่ Yes/No
- หนี้ถูกใช้คืนด้วยกระแสเงินสด ไม่ใช่กำไรบัญชี
- โครงสร้างทุนต้องจับคู่ความเสี่ยงดำเนินงานกับความเสี่ยงทางการเงิน
- DuPont ถอดที่มาของ ROE
- หลักประกันและวิศวกรรมการเงินไม่แทน Character กับ Capacity
Phase 2 จะเอาความคิดชุดนี้ไปใช้กับวงจรเงินสด, EBIT เทียบ EBITDA เทียบ Free Cash Flow, และ covenants เช่น interest coverage, leverage สูงสุด และ tangible net worth ขั้นต่ำ
ดูบันทึก Phase 2 ในหลักสูตร →